บทที่ 4 เจ้าก็ยังคงเป็นบุตรอนุเช่นเดิม

นางไม่เคยเชื่อใจและไว้ใจใครอีกเลย แต่ครอบครัวที่นางมาเกิดด้วยต่างก็มอบความรักให้นางจนแทบจะเรียกได้ว่า ชดเชยสิ่งที่นางขาดไปในภพก่อนได้เป็นอย่างดี

นางที่ติดนิสัยขี้โวยวายมาตั้งแต่ภพก่อน ก็เปลี่ยนแปลงเพื่อจะได้เป็นที่รักของคนในครอบครัว

ตอนนี้นางเข้ามาศึกษาอยู่ในกรุงปักกิ่ง ด้านการตลาด แต่นางก็ยังชื่นชอบเรื่องศึกษาเรื่องราวประวัติศาสตร์ในยุคโบราณ อีกอย่างก็คงเป็นนิยาย ย้อนยุคทะลุมิติที่นางชื่นชอบเป็นพิเศษ

อาจจะเพราะนางมีความทรงจำเดิมติดตัวมาด้วย จึงทำให้อดคิดไม่ได้ว่าหากนางได้ย้อนกลับไปแก้ไขอดีตจะดีมากเพียงใด นางจะไม่เชื่อในคำของแม่นมจินและนางอู๋ซื่อที่คอยสอนนางในทางที่ผิดอีกแล้ว

แต่มาวันนี้ นางเพิ่งจะได้รู้ว่าเรื่องราวของนางเป็นเพียงเรื่องนิยายที่ถูกนักเขียน ขีดเส้นชีวิตผ่านนิ้วมือของพวกเขา

“...” ซีเยว่เหมือนจะนึกเรื่องอะไรออก นางรีบเดินไปที่ถังขยะที่เพิ่งจะโยนหนังสือทิ้งทันที

นางดูว่านักเขียนชื่อว่าอะไร ก่อนจะค้นหาข้อมูลของเขาอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นรายชื่อที่ต้องการ นางก็ทักไปหาเขาทันที

[คุณเป็นคนที่เขียนนิยายเรื่อง เส้นทางขุนนางอันดับหนึ่ง ใช่ไหมคะ]

ซีเยว่กัดนิ้วหัวแม่มืออย่างรอคอย นางไม่รู้ว่าคนที่นางทักหาจะใช่ตัวจริงหรือไม่

“อาเยว่ ลงมากินข้าวได้แล้วลูก” เสียงของคุณแม่ที่ร้องเรียกอยู่ชั้นล่างของตัวบ้าน

“ค่ะแม่ หนูจะรีบไป” นางมองที่หน้าจอคอมอีกครั้ง ก่อนจะปิดหน้าจอลง แล้วลงไปกินข้าวด้านล่าง

ตอนที่นางกลับขึ้นมาบนห้องอีกครั้ง ข้อความที่ส่งไปก่อนหน้านี้ก็ได้รับการตอบรับกลับมา

[ใช่ค่ะ ฉันเอง คุณมีข้อสงสัยตรงไหนไหม]

[นิยายเรื่องนี้ คุณคิดขึ้นมาเอง หรือว่าได้รับแรงบันดาลใจมาจากที่ไหนคะ]

[เพราะอะไร คุณถึงมาถามฉันแบบนี้]

[ก็เนื้อเรื่องมันเหมือนเรื่องของฉันในภพก่อน คุณจะให้คำตอบฉันยังไง] ซีเยว่หัวเสียไม่น้อย นางจริงได้บอกความจริงเจ้าของนิยายไปแบบนั้น

[อืม...คุณคือหลิวชิงหรือซีเยว่ละ]

[ซีเยว่ ทำไม หรือว่าหลิวชิงก็มาเกิดใหม่ด้วยเหรอ] เรื่องนี้ทำให้ซีเยว่ตกใจไม่น้อย

[ไม่หรอก เพียงแต่ในนิยายมีตัวเอกที่เป็นผู้หญิงสองคน โอ้...ไม่คิดว่าตัวละครของฉันจะมีชีวิตจริง] เธอเล่นไปตามซีเยว่ด้วย

[ฉันต้องโดนกล่าวหาความผิดทั้ง ๆ ที่ฉันไม่ได้ทำ คุณจะรับผิดชอบอย่างไร]

แต่ซีเยว่ก็รู้สึกหัวเสียไม่น้อย ที่ต้องถูกเขียนให้ชะตาชีวิตในภพก่อนเลวร้ายมากถึงเพียงนี้ นางต้องกลายเป็นสตรีร้ายกาจ ที่ไม่มีสหายอยากจะคบหา

ทั้งจุดจบที่โหดร้าย ที่ต้องถูกวางยาพิษจากคนที่เลี้ยงดูนางมา และเป็นคนที่นางไว้ใจมากที่สุด ความทรงจำเลวร้ายยังตามหลอกหลอนนางอยู่หลายปี จนเมื่อนางอายุได้สิบขวบถึงได้เลิกฝันร้าย ถึงเรื่องราวตอนที่นางตายลง

[อยากกลับไปแก้ไขเหรอ เรื่องนี้ฉันช่วยไม่ได้ จะให้เขียนใหม่ก็ไม่ได้ นิยายฉันตีพิมพ์มาได้หลายปีแล้ว ขอโทษด้วย]

บทสนทนาถูกตัดไปดื้อๆ ด้วยนักเขียนก็ไม่ได้เชื่อซีเยว่เต็มร้อย ว่าสิ่งที่นางพูดเป็นเรื่องจริง

เพราะมีนักอ่านหลายคนที่เอาชีวิตของตนเองเข้าไปอยู่ในโลกของนิยาย จนแยกไม่ออกว่าไหนเรื่องจริง หรือเรื่องที่คนอื่นแต่งขึ้น

“เฮ้ยยยย ง่ายแบบนี้เลยเหรอ แต่ก็จริง ฉันจะกลับไปแก้ไขอะไรได้” ซีเยว่ปิดคอมด้วยความหงุดหงิด นางเดินมาล้มตัวลงนอนที่เตียงอย่างครุ่นคิด

“หากเขาเชื่อฉันก็บ้าแล้ว” ซีเยว่สลัดเรื่องในภพเก่าทิ้ง นางลุกไปอาบน้ำ เพื่อเตรียมตัวเข้านอน

อยากกลับหรือไม่ ข้าช่วยเจ้าได้ หากเจ้าอยากกลับไป

เสียงที่เข้ามาในหัวยามที่ซีเยว่กำลังหลับฝัน ทำให้นางหงุดหงิดไม่น้อย แต่เสียงของสตรีที่ได้ยินก็ไม่ได้จางหายเสียที

จนนางต้องลุกขึ้นมาเปิดไฟหัวเตียงเพื่อดูว่า คนที่กำลังพูดอยู่เป็นใครกันแน่

“คะ คุณ เป็นใคร” นางเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อเห็นหญิงชราตรงปลายเตียงที่อยู่ในชุดโบราณสีขาวงาช้าง กำลังยิ้มมองมาที่นางอยู่

“ข้ารึ เทพแห่งการเวียนว่าย” นางเอ่ยออกมาด้วยเสียงที่ดังก้องอยู่ในหูของซีเยว่

 เหตุที่เทพแห่งการเวียนว่ายมาปรากฏกายต่อหน้าซีเยว่ในตอนนี้ ก็ด้วยที่นางดันรู้เรื่องราวของตนที่เป็นเพียงตัวละครในนิยายเข้า ความจริงแล้วนางไม่ควรจะมีความทรงจำเดิมติดตัวมาในภพใหม่นี้ด้วยเลย

เป็นด้วยความผิดพลาดตอนที่ส่งวิญญาณของนางมาในภพใหม่ เทพแห่งการเวียนว่ายมัวแต่คุยกับยายเมิง ที่ต้องยื่นน้ำแกงลืมเลือนให้นางกิน ทำให้นางเป็นวิญญาณที่หลุดออกมาเกิดใหม่โดยที่ไม่ได้ดื่มน้ำแกงลืมเลือน

“ฉันจะกลับไปทำไม กลับไปเพื่อเป็นบุตรอนุ ให้ถูกตราหน้าว่าเป็นหญิงชั่วแย่งสามีพี่สาว หรือว่ากลับไปเพื่อแต่งเข้าจวนตระกูลกู้แทนที่จะตายละ” นางเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ

“ชีวิตใหม่เจ้ากำหนดเองได้ เพียงแต่...เจ้าก็ยังคงเป็นบุตรอนุเช่นเดิม”

“เหอะ บุตรอนุเหรอ!!! ข้ายอมตายอีกรอบ เพื่อให้เกิดใหม่ เช่นตอนนี้ยังดีกว่า” ที่นางเป็นอยู่ในตอนนี้ก็ดีอยู่แล้ว

ได้ทำในสิ่งที่อยากจะทำ ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ไม่ต้องคอยมองสายตาของผู้ใด ไหนจะไม่ต้องถูกกดขี่เพียงเพราะเป็นบุตรอนุอีกด้วย

ในโลกใบนี้ ทำให้ซีเยว่เปลี่ยนแปลงตัวเองไม่น้อย นางไม่มีนิสัยดื้อรั้น อิจฉาผู้อื่นอีกแล้ว ไม่ต้องคอยถูกใครก็ไม่รู้ยัดเหยียดบทบาทที่ร้ายกาจให้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป